วันนี้ PS ThaiLaw.com ได้รับคำถามนี้ทาง E-mail : Pongrut.ku40@gmail.com
๐ น้าสิด ทนายพงศ์รัตน์ รัตนพงศ์ น.บ.ท.64 086-377 9678
๐ พี่น้อย ทนายปราธูป ศรีกลับ น.บ.ท.64 085-146 3778
๐ พี่ชายน้อย ทนายศักดิ์ชาย ทุ่งโชคชัย น.บ.ท.59 061-576 8275
๐ พี่เอก ทนายขัตติยะ นวลอนงค์ น.บ.ท.62 096-815 2471
๐ พี่ป้อม ทนายพันศักดิ์ พัวพันธ์ น.บ.ท.64 084-333 6995
จึงช่วยกันเรียบเรียงบทความนี้เป็นความรู้กฎหมายสู่ประชาชน
ทนายสมปราถน์ ฮั่นเจริญ 081-9024557 เห็นว่า
1.คำมั่นในการซื้อขาย ต้องอยู่ในบังคับ ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง
2.คำมั่นมีลักษณะเป็นคำเสนอ จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. 360
มาตรา ๔๕๖[๗] การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย
สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือคำมั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาสองหมื่นบาท หรือกว่านั้นขึ้นไปด้วย
มาตรา ๓๖๐[๖] บทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๖๙ วรรคสอง นั้น ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าหากว่าขัดกับเจตนาอันผู้เสนอได้แสดง หรือหากว่าก่อนจะสนองรับนั้น คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่าผู้เสนอตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ
ทนายจิราภา เลิศอริยรังสี เห็นว่า
คำมั่นเป็นคำเสนอ ตาม ป.พ.พ. 260 หากผู้รับคำมั่นรู้แล้วว่าผู้ให้คำมั่นถึงแก่ความตายก่อนสนองรับคำมั่น คำมั่นจะขายที่ดินย่อมตกเป็นอันไร้ผล หากสนองรับคำมั่นไป ย่อมไม่เกิดเป็นสัญญาที่จะบังคับกันได้
ฎีกา 6515/2538
เดิมที่ดินพิพาทเป็นของป. และค. บุคคลทั้งสองขายที่ดินพิพาทให้แก่ส. และส.ได้ทำสัญญาไว้แก่ป. และค. ตกลงให้ป. และค. กับโจทก์ด้วยมีสิทธิซื้อคืนได้โดยไม่มีกำหนดเวลาต่อมาส. ถึงแก่กรรมตามสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงคำมั่นของส.และโจทก์ไม่ได้สนองรับคำมั่นยังส. ก่อนที่ส.ถึงแก่กรรมและเมื่อส. ถึงแก่กรรมลงโจทก์ก็ทราบแต่ยังตอบรับคำมั่นไปอีกโดยให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของส.ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์กรณีจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา360ซึ่งมิให้นำบทบัญญัติมาตรา169วรรคสองมาใช้บังคับหากว่าก่อนจะสนองรับนั้นคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่าผู้เสนอตายดังนี้คำมั่นว่าจะขายที่ดินพิพาทของส. ย่อมไม่มีผลบังคับจำเลยให้ต้องปฏิบัติตาม
ทนายหนูเพียร สามนต์ 090-236-1509 เห็นว่า
1. คำมั่นใจการซื้อขายที่ดินอยู่ในบังคับ ป.พ.พ. 456 วรรคสอง คือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิด หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
2. ส่วนการให้คำมั่นซื้อขายด้วยวาจาไม่ผูกพัน เจ้าของที่ดินผู้ให้คำมั่น เจ้าของที่ดินโอนขายที่ดินให้ผู้อื่นได้โดยชอบ ฎีกา 7460/2556
น้าสิด ทนายพงศ์รัตน์ รัตนพงศ์ เห็นว่า คำถามของพี่ปอย บ้านนอนเพลิน เชียงราย ข้อเท็จจริงคล้ายกับฎีกา 7460/2556 จึงนำฎีกาย่อมาลงไว้แล้วครับ
ฎีกาที่ 7460/2556
แม้ขณะโจทก์ร่วมประสงค์จะขายที่ดินให้ได้แจ้งจำเลยทราบโดยให้จำเลยเป็นผู้มีสิทธิซื้อก่อน ก็เป็นเพียงการเปิดโอกาสให้จำเลยฐานะผู้เช่า ไม่ใช่ข้อผูกมัดว่าโจทก์ร่วมต้องปฏิบัติตาม ทั้งคำมั่นในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิด หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว จึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง เมื่อเป็นคำมั่นด้วยวาจา จำเลยย่อมไม่อาจบังคับให้โจทก์ร่วมโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยได้ แม้โจทก์ทราบข้อตกลงเช่นนั้น ก็ถือไม่ได้ว่าการโอนขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ร่วมกับโจทก์เป็นไปโดยไม่สุจริต นิติกรรมการซื้อขายจึงเป็นไปโดยชอบไม่อาจขอให้เพิกถอนได้
-PS ThaiLaw นำเนื้อหามาจากหนังสือ แพ่งพิสดาร เล่ม 2 ของอาจารย์วิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์
- หากท่านมีปัญหา เกี่ยวกับคดีต้องการปรึกษาทนายความ กรุณาติดต่อน้าสิด ที่เบอร์ 086-3779678 หรือ E-mail: Pongrut.ku40@gmail.com นะครับ
12-9-58 ข่าว ล่า 2 มือ วางบึ้มหนีกบดานในกัวลาลัมเปอร์ / โพลเชียร์อยู่ต่อ 2 ปี


© 2015 All Rights Reserved